Polls

ท่านเห็นด้วยกับการเข้าชื่อเสนอร่าง พรบ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข หรือไม่
  

Who's Online

ขณะนี้มี 7 บุคคลทั่วไปออนไลน์

Visitor Counter

Today284
Yesterday369
Week3001
Month8979
ทั้งหมด1229764

(C) Fliesenstadt

Login Form

ชื่อสมาชิก

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่

Other Menu

Administrator
มีผู้รู้จริงกล่่าวถึงข้ออ้างกับข้อปฏิบัติกระทำการของ สสส. สปสช. กับ สธ.อย่างน่าสนใจ
เขียนโดย นินิ   
17 พ.ค. 2017 18:52น.

วันที่ 17 พค 2560 มาดูสสสว่าเขาคิดอะไร และจะนำพาประเทศไทยด้านการสร้าง

เสริมสุขภาพไปในทิศทางใด.... 
ได้เรียนรู้ว่า จุดเริ่มของ สสส ก่อนจะออกพรบ ได้ถูกตีว่าจะทำงานซำซ้อนกับ
ของกรมอนามัย ที่เป็นหน่วยงานหลักที่เป็นทางการ ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพ 
จึงกลับมาหาคำใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่าง ส่วน ของ สสส จึงเปลี่ยน นิยามว่า
เป็นสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้มีความแตกต่าง พรบ จึงผ่าน เขาให้นิยามคำว่าสร้าง
กว้างและยิ่งใหญ่กว่า ส่งเสริม แต่มาถึงรูปแบบการทำงานปัจจุบันทำงานกลับเหมือนกัน
ไม่มีความแตกต่างจากกัน ไม่เหมือนจุดตั้งต้นในการก่อกำเนิดที่ว่าต่างกัน มีการทำงานร่วมกัน 
แต่กรมอนามัย มีงบขับเคลื่อนน้อยกว่า สสส หลายเท่าตัว.....หลายเรื่องที่กรมต้องมาของบจาก สสส 
....โอ้..น่าสนใจ ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่อง พรบ ที่ออกมาพร้อมๆกัน ออกก่อนกันเล็กน้อย 
เพื่อให้ครอบคลุมทั้งรักษาและสร้างเสริมสุขภาพ คือ สปสช ที่ดูเรื่องการรักษา
โอ้........การขับเคลื่อนนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง.... พรบ สปสช เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
พรบ สสส เกี่ยวกับสร้างเสริมสุขภาพ แล้วบทบาทกระทรวงสาธารณสุข หรือภาพกระทรวงสาธารณสุข
อีก 20 เป็นเช่นไร......อันนี้ มองไม่ออกเลยมาทำงานอยู่ที่ สนย นั่งดูแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ดูแล้วดูอีก 
ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ดูยังไงก็ดูไม่ออกว่าภาพกระทรวงควรเป็นแบบไหน เห็นแต่งาน 4 กลุ่มใหญ่ 
แล้วเกิด 16 แผนงาน 46 โครงการ 96 ตัวชี้วัด แต่ภาพกระทรวงเป็นแบบไหนบอกไม่ได้
รพ.ควรจะไปอยู่ในระบบแบบไหน และจะทำงานร่วมกับโครงส่วนราชการอื่นอย่างไร แต่ที่สัมผัสได้
ได้แต่รู้ว่าจะต้องทำให้ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้ามีความสุข 
ระบบสุขภาพยั่งยืน.....ภายใต้แนวคิดที่ว่า กระทรวงสาธารณสุข
จะเป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพ....งงเด้ งงเด้....จะเป็นยังไง.....
โครงสร้างต้องเปลี่ยนเปล่า......ตัวเล็กๆอย่างเราได้แต่เฝ้ามอง...ของกรมอนามัย 

ที่เป็นหน่วยงานหลักที่เป็นทางการ ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพ 

จึงกลับมาหาคำใหม่เพื่อให้เกิดความแตกต่าง ส่วน ของ สสส จึงเปลี่ยน นิยามว่า
เป็นสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้มีความแตกต่าง พรบ จึงผ่าน เขาให้นิยามคำว่าสร้าง
กว้างและยิ่งใหญ่กว่า ส่งเสริม แต่มาถึงรูปแบบการทำงานปัจจุบันทำงานกลับเหมือนกัน
ไม่มีความแตกต่างจากกัน ไม่เหมือนจุดตั้งต้นในการก่อกำเนิดที่ว่าต่างกัน มีการทำงานร่วมกัน 
แต่กรมอนามัย มีงบขับเคลื่อนน้อยกว่า สสส หลายเท่าตัว.....หลายเรื่องที่กรมต้องมาของบจาก สสส 
....โอ้..น่าสนใจ ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่อง พรบ ที่ออกมาพร้อมๆกัน ออกก่อนกันเล็กน้อย 
เพื่อให้ครอบคลุมทั้งรักษาและสร้างเสริมสุขภาพ คือ สปสช ที่ดูเรื่องการรักษา
โอ้........การขับเคลื่อนนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง.... พรบ สปสช เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
พรบ สสส เกี่ยวกับสร้างเสริมสุขภาพ แล้วบทบาทกระทรวงสาธารณสุข หรือภาพกระทรวงสาธารณสุข
อีก 20 เป็นเช่นไร......อันนี้ มองไม่ออกเลยมาทำงานอยู่ที่ สนย นั่งดูแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ดูแล้วดูอีก 
ยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ดูยังไงก็ดูไม่ออกว่าภาพกระทรวงควรเป็นแบบไหน เห็นแต่งาน 4 กลุ่มใหญ่ 
แล้วเกิด 16 แผนงาน 46 โครงการ 96 ตัวชี้วัด แต่ภาพกระทรวงเป็นแบบไหนบอกไม่ได้
รพ.ควรจะไปอยู่ในระบบแบบไหน และจะทำงานร่วมกับโครงส่วนราชการอื่นอย่างไร แต่ที่สัมผัสได้
ได้แต่รู้ว่าจะต้องทำให้ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้ามีความสุข 
ระบบสุขภาพยั่งยืน.....ภายใต้แนวคิดที่ว่า กระทรวงสาธารณสุข
จะเป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพ....งงเด้ งงเด้....จะเป็นยังไง.....
โครงสร้างต้องเปลี่ยนเปล่า......ตัวเล็กๆอย่างเราได้แต่เฝ้ามอง...

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 24 พ.ค. 2017 04:02น. )
อ.เชิดชู ชี้ วิกฤตเรื่องพยาบาล ต้องตามอ่าน
เขียนโดย obob   
17 พ.ค. 2017 18:38น.

วันที่ 16 พค 2560 วิกฤติพยาบาล เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิกฤติบุคลากรทุกชนิดทุกวิชาชีพและทุกอาชีพ

ของกระทรวงสาธารณสุข แต่ผู้บริหารไม่สนใจแก้ไข บุคลากรสาธารณสุขทุกคน ทุกวิชาชีพ และทุกอาชีพ

จึงต้องร่วมมือกัน ยกร่างแหหรือ "คอก" หรือ "เล้า" ที่ครอบกระทรวงสาธารณสุขออกให้ได้ทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นกพ. สปสช. หรือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นรมต.หรือปลัดกระทรวง 

ที่เอาแต่ตำแหน่ง แต่ไม่ทำหน้าที่ของตำแหน่งให้สมกับเป็นผู้บริหารกระทรวงแต่อย่างใด 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:33น. )
เชิญส่งผลงานวิจัยแบบสหวิทยาการ
เขียนโดย นินิ   
24 มี.ค. 2017 15:59น.

ข่าวสารทางการแพทย์ - เชิญส่งผลงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข ที่ใช้หลายศาสตร์

ในการวิจัยจะได้รับการพิจารณา ให้นำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ จัดโดยราชบัณฑิตยสภา 

คณะกรรมการสหวิทยาการเพื่อการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะจัดให้มีขึ้น ณ.ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

 มีการนำลงภาคพื้นที่ด้วยในด้าน medical tourism จะจัดให้มี

ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 - 1 มิถุนายน 2560 ส่งบทคัดย่องานวิจัย ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่ inrit2017.com

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:41น. )
แพทยสภา ใช้หลักบริหารที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่
เขียนโดย นานา   
24 มี.ค. 2017 15:57น.

การประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ในวันที 2 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา นายกแพทยสภาคนใหม่

ศ.นายแพทย์ประสิทธิ วัฒนาภา ได้แถลงยุทธศาสตร์ของท่าน(ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ของแพยสภา) 

เนื้อหาคือสื่อสารแพทย์ ประชาชน ผู้ผลิตแพทย์ ตลอดจนทําให้สังคมเข้าใจในวิธีการทํางานของแพทย์

และลดช่องว่างระหว่างแพทย์และประชาชน กับทั้งจะปรับแก้กฎหมายที่กระทบต่อการประกอบวิชาชีพแพทย์

เสนอให้นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ เป็นเลขาธิการ นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เป็นรองเลขา

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแล้ว แต่ไม่มีการตั้งผู้ช่วยเลขาธิการแต่อย่างใด หากพิจารณาตามข้อบังคับแพทยสภาแล้ว

ไม่มีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ้สภา หากนายกแพทยสภาจะแต่งตั้ง ผู้ช่วยเลขาธิการจำนวนมาก

หรือเพียงหนึงเดียว กฎหมายไม่ให้อำนาจไว้ จำเป็นที่จะต้องทำให้ชอบด้วยกฎหมาย ....

thaitrl สัมภาษณ์ แพทย์หญิงอรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ... แถลงว่าหลักการบริหารของแพทยสภา

มีคณะกรรมการแพทยสภาเป็นองค์กรสูงสุด นายกแพทยสภาโดยลำพัง ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะ

ตัดสินใจได้ ต้องใช้การตัดสินใจโดยคณะกรรมการจำนวน 58 คน ที่ผ่านมา แม้เวลานี้ยังบริหารไม่ถูกตามหลัก

ของกฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดปัญหาต่อวงการแพทย์สั่งสมมาถึงเวลานี้ เพราะเป็นการบริหาร

ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และหมายถึงว่าแพทยสภา ไม่ใส่ใจกรรมการแพทยสภาท่านอื่นๆที่ไม่ได้ทำหน้าที่นายก

เลขาธิการ ฯ เพิ่มเติมจากที่มีข้อกล่าวขวัญกันว่า แพทยสภาไม่เห็นค่าของสมาชิกแพทย์ในช่วงที่ผ่านมา

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:40น. )
พรบ.สถานพยาบาล ที่แก้ไขใหม่ พ.ศ.2559 ควรแก้ไขทบทวนหรือไม่
เขียนโดย นินิ   
24 มี.ค. 2017 15:54น.

ตามที่มีการแก้ไข พรบ.สถานพยาบาลฯ การโฆษณา บากรณี ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งต้องเป็น

ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และวิชาชีพสุขภาพด้านต่างๆ ได้รับการเพิ่มโทษจำคุก ในกฎหมายที่แก้ไขใหม่นี้

แต่กฎกระทรวงยังไม่ได้ออกมา จากการติดตามกับทีมบริหารสำนักสถานพยาบาล ทราบว่า จะใช้เวลาประมาณ ๖

เดือน จึงจะมีกฎกระทรวงด้านนี้ ออกมาบังคับใช้ ขอแนะว่าหากประสงค์จะโฆษณา ควรส่งสิ่งจะโฆษณา

ส่งไปให้สํานักสถานพยาบาลตรวจดู กรณีนี้สัมภาษณ์ พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล ให้ความเห็นว่าควรศึกษา

ทบทวนกฎหมายนี้ ตาม พรฎ.ทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากมีบางอย่างที่ถกเถียง

กันว่าขัดกับหลักสัดส่วนของโทษในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เกี่ยวข้องหรือไม่

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:42น. )
ยังคงถามหาความถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย กรณีแต่งตั้งเลขาธิการ สปสช.
เขียนโดย นินิ   
24 มี.ค. 2017 15:56น.

แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว นับแต่ วันจันทร์ที 6 มีนาคม 2560 ผลการเลือกเลขาธิการ สปสช. โดยที่ประชุมคณะ

กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ เลือก นายแพทย์ศักดิชัย ซึ่งมีการโต้แย้งเรื่องคุณสมบัติบางประการ เป็น

เลขาธิการ สปสช.  ยังคงมีการกล่าวขวัญในทางเห็นว่าไม่น่าจะชอบด้วยหลักการและหลักกฎหมาย   ต้องถามกลับ

ไปยังผู้เกี่ยวข้องว่าได้กระทำการนี้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือยัง หากยังไม่ชัดเจน อาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

ในกิจการสาธารณสุข และต้องมีผู้รับผิดชอบ วอนรัฐบาลตรวจสอบด้วย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:43น. )
อ.พูลศรี เป็นกรรมการ medical hub
เขียนโดย นินิ   
24 มี.ค. 2017 15:52น.

นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิข้าราชการ พลตรีหญิงพูลศรี เปาวรัตน์ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ medical hub เชื่อว่า

จะทำให้มีความรอบครอบในระบบสุขภาพมากกว่าเดิม เนื่องจาก อ.พูลศรี เป็นผู้มีความรู้และความสามารถเชิงระบบ

สูงมาก กับทั้งเป็นนักตรรกศาสตร์ที่หาตัวจับได้ยากในประเทศไทย ขอปรบมือให้กับ อ.พูลศรี

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:43น. )
ผลประชุม ไม่ให้บริษัทประกันเอกชน ดูแลสิทธิรักษาของข้าราชการ
เขียนโดย นินิ   
24 มี.ค. 2017 15:51น.

ผลการประชุมเรื่องทิศทางของสวัสดิการ การรักษาพยาบาล ข้าราชการที่กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงไป โดยจัดประชุม

เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๐ ได้ถูกจัดเสนอนายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลสนับสนุน และเสนอ

สมควรที่ชัดเจนว่า รัฐไม่ควรที่จะให้บริษัทเอกชนเป็นผู้รับช่วงในการดูแลข้าราชการและผู้อยู่ในสิทธิเกี่ยวข้อง

เนื่องจากจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพของข้าราชการโดยรวมที่ได้ทำหน้าที่ให้แผ่นดินโดยยอมรับเงินเดือนต่ำมาตั้งแต่

ต้น โดยมีพันธะเกี่ยวกับสิทธิการรักษาพยาบาลเป็นส่วนตอบแทน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หากกระทำลงไป

จะเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของกฎหมายได้

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:44น. )
ติดตามสถานีพลังแพทย์ เรืองกฎหมายกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
เขียนโดย นินิ   
20 มี.ค. 2017 16:52น.

วันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐  วันนี้สถานีพลังแพทย์ ถ่านทอดสดเรื่องกฎหมายกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 

ในรายการพลังแพทย์ พบแพทย์ รับฟังแพทย์ ที่การประชุมองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี

วันนี้ เวลา เที่ยงถึงบ่ายโมงคะ ลองติดตาม ...ขออภัยเทคนิคอ่อนไป แต่เนื้อหาน่าสนใจ 

 

https://www.facebook.com/meduprise/videos/867482166726586/

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:44น. )
ทำร้ายร่างกายแพทย์พยาบาล ข่าวแม้เก่า แต่ยังกินใจทีม สธ.
เขียนโดย นินิ   
29 ม.ค. 2017 17:51น.

วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๐ 

ความบกพร่องของระบบหลักประกันสุขภาพ
เขียนโดย นินิ   
27 ม.ค. 2017 12:09น.

วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๐ อ่านความเห็นน่าสนใจของ อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา

เรื่องระบบหลักประกันสุขภาพ --ทางออกของสังคมไทยอยู่ที่ไหน --

หลักการสำคัญของการประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นของดี ควรรักษาเอาไว้

แต่การบริหารจัดการของมันเละเทะจริงๆ

ทำให้เกิดปัญหามากมายที่โยงไปถึงความปั่นป่วนในสถานบริการสุขภาพ โดยเฉพาะของกระทรวงสาธารณสุข

และเป็นการทำลายหรือทำให้ด้อยลงของคุณภาพบริการสุขภาพที่ประชาชนได้รับ การบริหารจัดการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของเราสมควรจะรื้อทิ้งและทำใหม่หมด

พื้นฐานหนึ่งของหลักประกันสุขภาพที่บ้านเราเอามาใชัคือ ในการให้บริการสุขภาพมี "ผู้ขาย" คือสถานบริการ ในกรณีนี้ส่วนใหญ่ที่สุดคือสถานบริการที่อยู่ในกระทรวงสาธารณสุข และมี "ผู้ซื้อ" คือประชาชน

เขาต้องการให้การซื้อ การขาย มีความยุติธรรม จึงนำเอาบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง ในกรณีของเราคือ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

รูปแบบนี้อาจจะเหมาะสำหรับประเทศที่มีสถานบริการส่วนใหญ่อยู่ใน "ภาคเอกชน" ซึ่งเขาต้องหาบุคคลที่สามที่มีความเป็นกลางอย่าแท้จริงมาทำหน้าที่ปกป้องประ ชาชน

แต่ในกรณีของเรา สถานบริการส่วนใหญ่ที่สุดเป็นของรัฐ และรัฐก็มีกลไกการตรวจสอบเพื่อประกันความโปร่งใส และความยุติธรรมอยู่แล้ว เช่น สตง ปปช สคบ อย และอื่นอีกมาก
และในขนะเดียวกันก็มีองค์การเอกชนที่ยุติธรรมและเป็นกลางคอยช่วยในการตรวจสอ บอยู่ด้วยแล้ว

ดังนั้นสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของเราจึงเป็นส่วนเกินที่สร้างปัญห าดังที่กล่าว

ขจัดส่วนเกิน เพื่อลดความสิ้นเปลืองงบประมาณจ้างบุคลากรส่วนเกินด่วนค่ะ คสช.

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 08:46น. )
สภาพการทำงานของแพทย์ปัจจุบัน บางส่วนเป็นเช่นนี้
เขียนโดย บุงบุ้ง   
25 ม.ค. 2017 18:02น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ ข้อมูลอาจนำเสนอช้าไป แต่เนื้อหายังทันสมัย เนื่องจากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข

 ติดตาม อ.อรพรรณ์ เมะาดิลกกุล พลังแพทย์ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ที่นี่ 

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 04:49น. )
ทักท้วง และสร้างสรรค์ เพื่อวงการแพทย์ โดย อ.เชิดชู
เขียนโดย ยาย่า   
25 ม.ค. 2017 17:49น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ อ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา เสนอหนังสือสำคัญต่อวงการแพทย์

และระบบการสาธารณสุข ขอให้มีผู้มีหน้าที่รับไปพิจารณาดำเนินการด้วย

ความว่า "จดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการแพทยสภาวาระพ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ 

เรื่อง ขอให้แพทยสภาดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของแพทยสภา 

เรียน นายกสภาพิเศษ และคณะกรรมการแพทยสภา 

เนื่องจากมีการเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาและได้ประกาศผลผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง

เป็นกรรมการแพทยสภาในวาระปี พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ ไปแล้วนั้น 

ดิฉันในฐานะที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแพทยสภาในวาระนี้ และเคยเป็นกรรมการแพทยสภา

ในวาระที่แล้วมา อยากจะเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการแพทยสภาทั้งที่เป็นกรรมการ

โดยตำแหน่งและ กรรมการที่ได้รับการเลือกตั้ง รวมทั้งสภานายกพิเศษคือรัฐมนตรีว่ากา

กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คณะกรรมการแพทยสภาได้ตระหนักในการที่มีกฎหมายกำหนด

ให้มีแพทยสภานั้น มีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง เพื่อให้กรรมการแพทยสภาทุกคน

ตระหนักในหน้าที่และวัตถุประสงค์ ที่ถูกที่ควรดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่

ในส่วนใดบ้าง ที่ยังไม่สามารถหรือยังไม่ได้ทำ และสมควรจะต้องทำดังต่อไปนี้คือ 

๑. การเลือกตั้งกรรมการแพทยสภา นับว่าได้รับความสนใจจากสมาชิกแพทยสภาน้อยมากมาทุกครั้ง

 มีอัตราการลงคะแนนเลือกตั้งเพียงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ทุกปี และเป็นการเลือกตั้งทางไปรษณีย์

ที่ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีแพทย์เป็นจำนวนมาก บอกว่าไม่ได้รับบัตรเลือกตั้ง

เป็นการเลือกตั้งแบบ ๑.๐ ในขณะที่ประเทศไทยต้องการจะก้าวไปในระดับ ๔.๐ 

จึงขอเสนอว่ากรรมการแพทยสภาชุดใหม่ ควรจะต้องทบทวนและแก้ไขวิธีการเลือกตั้งกรรมการ

แพทยสภาในทันที เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาในวาระต่อไป 

๒. พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ เขียนไว้นานมากแล้ว ย่อมมีความล้าสมัยและไม่เหมาะสมหลาย

ประการ ประกอบกับรัฐบาลนี้ได้ออกพ.ร.ฎ.ทบทวนความเหมาะสมของกฎหมายพ.ศ. ๒๕๕๘ 

จึงขอเสนอให้กรรมการแพทยสภาวาระพ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ ได้ดำเนินการแก้ไขพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม

ใหม่ให้ทันสมัย มีความคล่องตัวในการปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งแพทยสภา 

และสามารถทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชนและสมาชิกแพทยสภาทุกคน

แต่ในการแก้ไขพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรมนี้ ขอให้แพทยสภาอย่างุบงิบทำเฉพาะในหมู่กรรมการแพทย

สภาเท่านั้น แพทยสภาจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้

 อันได้แก่สมาชิกแพทยสภาและประชาชนทั่วไปทุกภาคส่วน 

๓. ที่ผ่านมาในระยะเวลา ตั้งแต่มีการจัดตั้งองค์กรแพทยสภาในปีพ.ศ. ๒๕๑๑ นั้น ไม่เคยปรากฎว่

แพทยสภาจะได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกแพทยสภาส่วน ใหญ่เลย 

ซึ่งเป็นการทำงานโดยไม่สามารถ "เข้าใจ เข้าถึง เพื่อพัฒนา"วิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด 

จึงขอเสนอว่าแพทยสภาอย่าให้ความสนใจสมาชิกเพียงแค่ในเวลาหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น

แพทยสภาควรให้ความสนใจรับฟังปัญหา อุปสรรค ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์

ซึ่งเป็นสมาชิกแพทยสภาตามกฎหมาย ทุกภาคส่วน เพื่อทำงานให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์

ตามมาตรา ๗ (๖) เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย 

๔. ปัจจุบันนี้ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ก่อให้เกิดปัญหาในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

อย่างมากมาย ปัญหาที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งคือ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

และสปสช. ได้ออกกฎ ระเบียบ และข้อบังคับในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของสมาชิกแพทยสภา

ทำให้แพทย์ไม่มี "อิสระและเสรีภาพ" ในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เช่นในกรณี CAPD-first 

คือออกระเบียบบังคับให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายต้องล้างไตทางหน้าท้ องก่อนวิธีฟอกเลือด

ทุกราย ไม่เช่นนั้นจะเสียสิทธิการรักษา ซึ่งระเบียบเช่นนี้ นอกจากจะละเมิดสิทธิผู้ป่วย ยังเป็นการละเมิด

สิทธิผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมคือแพทย์ และส่งผลเสียหายไปยังผู้ป่วยอีกมาก เช่นต้องตายโดย

ยังไม่สมควรตาย และผลเสียหายอื่นๆอีกมากมาย(๑) 

จึงขอเสนอว่า กรรมการแพทยสภาควรออกแถลงการณ์คัดค้านและโต้แย้งการดำเนินการตาม

กฎระเบียบขอ งคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ และสปสช.โดยด่วน เพื่อยุติความเสียหายที่เกิด

กับผู้ป่วย อนึ่ง ดิฉันก็เคยเป็นกรรมการแพทยสภา ควรจะสามารถเสนอการแก้ไขนี้ต่อ คณะกรรมการ

แพทยสภาได้เอง เพื่อให้ดำเนินการตามข้อเสนอ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้รับ

ความสนใจจากกรรมการแพทยสภากลุ่มเสียงข้างมาก ที่ไม่ได้สนใจหรือเห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็น

สิ่งสำคัญที่ควรจะได้รับการแก้ไข จึงขอเสนอความคิดเห็นเป็นจดหมายเปิดผนึก เพื่อให้สภานายกพิเศษ

กรรมการแพทยสภาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ กรรมการแพทยสภาจากผู้มีตำแหน่งประจำ 

สมาชิกแพทยสภาและสาธารณชนทั่วไปได้รับทราบ เพื่อที่จะได้ช่วยกันเรียกร้อง 

กดดันให้คณะกรรมการแพทยสภา ดำเนินการแก้ไขเพื่อความถูกต้องเหมาะสมในการทำหน้าที่ของกรรมการ

แพทยสภาให้บ รรลุวัตถุประสงค์ของการมีแพทยสภาต่อไป เพื่อให้การทำงานของกรรมการแพทยสภามี

ความเหมาะสมถูกต้อง ตามหลักธรรมาภิบาลในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีต่อไป โดยด่วน 

ขอแสดงความนับถือ

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา
กรรมการแพทยสภาวาระ ๒๕๖๐-๒๕๖๒
เอกสารอ้างอิง ๑.https://www.facebook.com/ittaporn/posts/1100170416710430

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 10:14น. )
อ.เชิดชู ตอนที่ ๒
เขียนโดย นินิ   
25 ม.ค. 2017 17:41น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ ติดตาม อ.เชิดชู ตอนที่ ๒ ต่อไป " ทำไมแพทย์จึงร่วมคัดค้านมาตรา 41 และ42

บุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ที่เป็นหัวหน้าทีมในการสั่งการรักษาผู้ป่วย ต่างก็สามารถคาด

การณ์ได้ว่า ถ้ามีกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เก็บค่ารักษาเพียง 30 บาท ย่อมจะทำให้มีผู้ป่วยมารับ

การรักษาที่โรงพยาบาลมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยที่จำนวนบุคลากรที่จะทำงานรักษาประชาชนนั้นไม่มีทีท่า

ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น สัดส่วนเท่าๆกับจำนวนผู้ป่วย 

ซึ่งจะทำให้แพทย์ต้องทำงานมากขึ้น จนอาจจะมีเวลาไม่เพียงพอที่จะเอาใจใส่ในรายละเอียดของการซักประวัติ

ความเจ็บ ป่วย ไม่มีเวลาพอที่จะตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียดรอบคอบ แล้วจะทำให้เกิดความผิดพลาดใน

การรักษาผู้ป่วยมากขึ้น และความผิดพลาดนี้อาจจะนำไปสู่ความเสียหายแก่ผู้ป่วย ซึ่งเมื่อผู้ป่วย "มีสิทธิที่จะมา

ขอ "เงินช่วยเหลือ" จากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ย่อมส่งเสริมให้ผู้ป่วยมาร้องขอ "ความช่วย

เหลือ" มากขึ้น 


และการที่ผู้ป่วยมาร้องขอความช่วยเหลือก็ย่อมต้อง "กล่าวหาว่า" แพทย์เป็นผู้กระทำให้เกิด "ความเสียหาย"ไว้

ก่อน ทั้งๆที่ความเป็นจริงนั้น ความเสียหายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลนั้น อาจมิได้เกิดจากการกระทำผิดของ

แพทย์ผู้รักษาเลย 

การมีบทบัญญัติมาตรา 41 จึงเท่ากับเป็น "แรงกระตุ้น"ให้ผู้ป่วย "เรียกร้องหรือฟ้องร้อง"ขอ "เงินค่าช่วยเหลือ"

 มากขึ้นเรื่อยๆ
และความคิดเหล่านี้ของบุคลากรทางการแพทย์นั้นเป็นความจริง กล่าวคือ หลังจากมีกฎหมายหลักประกัน

สุขภาพแห่งชาติแล้ว การฟ้องร้องและร้องเรียนแพทย์และโรงพยาบาลมีมากขึ้นหลายเท่าตัว และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตลอดมา
จึงพูดได้ว่า การมีบทบัญญัติมาตรา 41 จึงเท่ากับเป็น "แรงกระตุ้น"ให้ผู้ป่วย "เรียกร้องหรือฟ้องร้อง"ขอ "เงิน

ค่าช่วยเหลือ" มากขึ้นเรื่อยๆ 

นอกจากนั้นมาตรา 41 ยังตอกย้ำว่า "ความเสียหายนั้น สามารถ หาผู้กระทำความผิดได้หรือหาผู้กระทำผิดได้"

ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า การเกิดความเสียหายนั้น ต้องมีคน "กระทำความผิด" แต่อาจจะปิดบังซ่อนเร้น 

จนผู้สอบสวนไม่สามารถ "หาคนผิดได้" ทั้งๆที่ความเป็นจริงก็คือ ความเสียหายจากการไปรับการรักษาจากโรง

พยาบาลนั้น มันอาจเกิดขึ้นได้โดย "ไม่มีคนทำผิดเลย" (ซึ่งจะอธิบายต่อไปว่ามันเป็นไปได้อย่างไร) 

จึงทำให้ประชาชนต้องกล่าวโทษแพทย์ให้มากๆเข้าไว้ จึงจะร้องขอการช่วยเหลือได้มากๆ 

ความจริงในเรื่องการรักษาผู้เจ็บป่วย ตามหลักของการแพทย์แผนปัจจุบัน" 

ขอเล่าให้ฟังว่า ความจริงนั้น ผู้เจ็บป่วย "มีความเสียหายทางร่างกายอยู่ก่อนแล้ว" ก่อนที่จะมาหาหมอให้หมอ

ช่วย "ซ่อมร่างกายที่มีความเสียหาย" ความจริงข้อนี้ ทุกคนคงเข้าใจตรงกันอยู่แล้ว 

และเมื่อแพทย์ได้ไปทำการตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรคและอาการเจ็บป่วยแล้ว แพทย์ก็ให้การรักษา หรือ

"ซ่อมแซมความเสียหายของร่างกายผู้ป่วย" อย่างเต็มที่

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 05:10น. )
พลตรีหญิงพูลศรี พบ สนช. เรื่องสิทธิสวัสดิการข้าราชการ
เขียนโดย นินิ   
25 ม.ค. 2017 02:22น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ วันนี้ที่ สนช.  พลตรีหญิงพูลศรี ปวรัตน์  นายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ข้าราชการ  ได้เป็นผู้แทนสมาคม เข้าชี้แจงให้ข้อมูล แก่ สนช.ในประเด็น สิทธิค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและบุคคลในสิทธิ --- ขอปรบมือให้ท่านนายกสมาคมผู้แข็งขันด้วย

นโยบายตัดงบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลสิทธิข้าราชการให้บริษัทเอกชน ชะวัก////
เขียนโดย นิินิ   
25 ม.ค. 2017 02:13น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ กรณีเป็นข่าวสู่สาธารณะว่ากระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลาง จะตัดงบประมาณ

สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ ไปให้บริษัทประกันภัยเอกชน มีอันต้องหยุดชะงัก เพราะเหตุบริษัท

ได้ไปศึกษาแล้ว ตอบว่า ขอศึกษาอีก ๒ ปี  ผู้เชี่ยวชาญการประกันภัยชี้  เชื่อว่าไม่คุ้ม  จึงถอยอย่างสุภาพ ---รัฐ

จำเป็นที่จะต้องดูแข้าราชการรุ่นทีทำานเพื่อบ้านเมืองตอนบ้านเมืองต้องการในอดีต-หรือจะลอยแพเขา  --น่าคิด

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 05:11น. )
กระทรวงสาธารณสุข ไม่จ่ายเงินแพทย์ พพท.มา ๘-๙ เดือนแล้ว จริงหรือไม่
เขียนโดย นินิ   
25 ม.ค. 2017 00:54น.

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๐ มีข่าวแพร่ในโซชียลมีเดีย ดังนี้ ขออนุญาตโพสต์ยาวๆ

"อินเทอร์น โอกาสที่ กสธ. ปล่อยให้หลุดมือไป ปีแล้วปีเล่า

รพ.ในกสธ. ได้รับสิทธิ์พิเศษ ให้เป็น สถาบันรับแพทย์เพิ่มพูนทักษะ(พพท.) หลายรพ. แต่ กสธ. ก็ไม่สามารถ ทำให้ พพท. จำนวนมาก เกิดความผูกพันกับองค์กรคือ รพ. หรือกระทรวงได้ เป็นเหตุสำคัญให้พพท.จำนวนมาก ลาจาก กสธ. ไป ปีแล้ว ปีเล่า

ปีนี้ กสธ. ยังไม่จ่ายเงินเดือนให้ พพท. เลย หลังจากทำงานมา 8-9 เดือนแล้ว เป็น first impression ทีร้ายเหลือเกิน คิดถึงใจน้องจบใหม่ จบบอย่างอื่นงานเดือนแรกได้เงินเดือนให้พ่อแม่ชื่นใจ แตถ้ามาอยู่กับเรา เก้าเดือนยังขอเงิน แม่ใช้ ทำไมเป็นอย่างนั้น

น้องถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น พี่บอกว่าเป็นอย่างนี้มาตั้งรุ่นพี่แล้ว ราวๆ หก เดือน แต่ปีนี้มันนานผิดปกติ

น้องถามคำนี้ ที่เจ็บปวดมาก

เป็นอย่างนี้มา สามสิบปี แล้ว พี่ไม่คิดจะแก้ไขเลยเหรอ

สะดุ้งไหมครับ ความเคยชินของรา ไม่ใช่ความถูกต้องนะครับ

ลองคิดดูว่าถ้าน้องเป็พนักงานใหม่ของ บริษัทชั้นนำ SCG SCB จะได้รับการดูแลอย่างไร

น้องเราเรียนเก่ง ดีสุดยอด ครีม ประเทศไทย เรียนสาขาอื่น เข้า บ.ชั้นนำพวกนั้นได้อยู่แล้ว แต่พอมาอยู่กับเรา เราดูแลเขาอย่างไรให้ผูกพันกับองค์กร

หนังสือชี้ประเด็นสำคัญต่อความอยู่รอดี่ดีของวงการแพทย์ จาก อ.เชิดชู
เขียนโดย นินิ   
24 ม.ค. 2017 15:47น.

วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๐ อ.พญ.เชิดชู  อริยศรีวัฒนา  มีหนังสือเปิดผนึกถึงกรรมการแพทยสภา 

น่าสนใจมาก เป็นประเด็นสำคัญต่อความอยู่รอดที่ดีของวงการแพทย์  ไทยทีอาร์แอล จึงขอนำมาให้ท่านได้รับรู้ "

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( 22 พ.ค. 2017 05:11น. )
แพทย์ไม่วางใจแพทยสภา เสียงเปรยที่น่าวิตก
เขียนโดย ยาย่า   
24 ม.ค. 2017 15:14น.

วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ เสียงเปรยของแพทย์ --แปลก--ไร้คนรับฟัง แม้เป็นองค์กรแพทย์ระดับประเทศ แพทยฺ์ ก็ไม่วางใจปรึกษา อะรไกัน --ต่อไปนี้เป็นเสียงของแพทย์ใน ไทยคลินิค "แพทยสภา น่าจะเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือแพทย์ ให้คำแนะนำแก่แพทย์ ถ้าหากว่า เราไม่ช่วยเหลือพวกเราเอง แล้วจะให้องค์กรไหนช่วยเรา แต่ก็ขึ้นกับความถูกต้องเป็นหลักการเบื้องต้น ตอนนี้ ยังคิดไม่ออกว่า ถ้าหากว่า มีปัญหาแล้ว แพทยสภาจะมาช่วยหรือมาปกป้อง ถ้าหากว่า มีปัญหาแล้ว ควรจะไปปรึกษาแพทยสภา หรือควรจะระวังแพทยสภา แพทยสภา น่าจะมีบทบาท เหมือนกับพ่อแม่ ที่ดูแลลูก ไม่ใช่ตำรวจที่ดูแลประชาชน"--- แพทยสภาตอบด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม...
<< เริ่ม < ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ต่อไป > สุดท้าย >>